วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559

พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์

เดิมเขาชีจรรย์เป็นยอดเขาสูงในจังหวัดชลบุรีแต่ด้วยความที่เป็นภูเขาหินเนื้อปูนจึงถูกระเบิดทำลายลงทุกวันๆ เมื่อเห็นเช่นนั้น สมมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็น สมเด็จพระญาณสังวร เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเสียดายเขาชีจรรย์ที่มีภูมิทัศน์ยิ่งใหญ่สง่างามตามธรรมชาติ จึงทรงดำริที่จะอนุรักษ์เขาชีจรรย์ให้คงชื่ออยู่คู่กับเขาชีโอนซึ่งมีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตสังฆาวาสของวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ด้วยการสร้างพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ให้เป็นปูชนียสถานสำคัญทางพระพุทธศาสนา และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติปีที่ 50 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การก่อสร้างเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539

พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ เป็นสิ่งที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นการสลักพระพุทธรูปโดยการใช้แสงเลซอร์ยิงเข้าไปในผนังภูเขา ทำให้ได้ภาพพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย ขนาดสูงใหญ่ พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์จึงเป็นพระพุทธรูปแกะสลักในลักษณะพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาไหว้ขอพรกับพระพุทธรูปเขาชีจรรย์นี้

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กราบไหว้และขอพร พระพุทธรูปสลักบนภูเขาชีจรรย์

พระพุทธรูปที่เห็นบนเขาชีจรรย์นี้เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยเลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตรศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา ขนาดความสูง 109 เมตรหน้าตักกว้าง 70 เมตรฐานบัวหรือบัวบัลลังค์สูง 21 เมตรรวมความสูงขององค์พระและบัลลังค์ทั้งสิ้น 130 เมตรเป็นแบบนูนต่ำ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตพระราชทานนามพระพุทธรูปว่า ” พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” มีความหมายว่า ” พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรื่องสว่างประเสริฐ ดุจดังมหาวชิระ ”

พระพุทธรูปเขาชีจรรย์นี้ก่อสร้างโดยใช้การควบคุมการยิงเลเซอร์เพื่อวาดภาพบนเขา ซึ่งการฉายแสงวาดภาพบนเขาต้องทำในเวลากลางคืนเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนให้คนงานโรยตัวด้วยเชือกลงมาจากยอดเขา แล้วใช้สีฝุ่นวาดแต้มเป็นจุดตามที่แสงเลเซอร์กำหนดไว้การก่อสร้างเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ในที่สุดก็สามารถเสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 มีการประกอบพิธีน้อมเกล้าถวายพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานมหากรุณาธิคุณเสด็จฯไปทรงประกอบพิธีเบิกพระเนตรและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระอุระของพระพุทธรูป เพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลสืบไป




เดินเล่นในสวนบริเวณรอบๆพระพุทธรูปแกะสลัก


พื้นที่บริเวณเขาชีจรรย์นี้มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 1 ใน 4 ตารางกิโลเมตร บริเวณโดยรอบตกแต่งเป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจสวยงาม ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

คำแนะนำการเที่ยวชม

การเยี่ยมชมสามารถเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น.- 18.00 น. การเยี่ยมชมควรแต่งกายด้วยความสุภาพ -ปฎิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด และงดเสียงดัง และควรระวังไม่เข้าใกล้องค์พระเกินกว่าที่กำหนดเพราะอาจ เกิดอันตรายจากหินที่อาจล่วงหล่นลงมาได้ พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ เปิดให้เข้าเยี่ยมชม โดยไม่มี ค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น


วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

แผนที่การเดินทาง


การเดินทางไปเขาชีจรรย์
จากถนนสุขุมวิท ผ่านพัทยาใต้มาทางหาดจอมเทียน เลยโรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน และโรงแรม โอเชียน มารีน่าไปนิดเดียว ให้ชิดซ้ายจะมีป้ายบอกไปวัดเขาชีจรรย์ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร สังเกตุพระพุทธรูป แกะสลักที่เขาชีจรรย์วิ่งไปตามทางจะเห็นเขาชีจรรย์และไร่องุ่นซิลเว่อร์เลคทางขวามือ

ผู้จัดทำ


นางสาวพิชญา  รอดกระจับ    ม.6/2   เลขที่ 24